สร้างสรรค์งานศิลป์ด้วยศิลปินน้อย

ลองมองย้อนกลับไปในสมัยคุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ของเราตอนยังเป็นเด็ก ระบบการเรียนการสอนของไทยยังเน้นอยู่ที่การอ่าน เขียนได้ ค่านิยมของสังคมยอมรับคนเรียนเก่ง มีการศึกษาสูง เด็กคนไหนเรียนดี อ่านคล่อง คิดเลขไว มักจะได้รับการยอมรับ ชื่นชม ส่วนเด็กที่ชอบร้อง เล่น เต้น รำ ขีดเขียน วาดรูป มักจะถูกละเลยไม่เอาใจใส่ บ้างก็ว่าหัวไม่ดี บ้างก็ว่าไม่เอาไหน ไม่เอาถ่าน วิชาศิลปะยังมีความสำคัญเป็นอันดับรองลงมาจากวิชาอื่นๆ เสมอ เพราะผู้ใหญ่มองว่าศิลปะนำไปประกอบเป็นอาชีพไม่ได้ผิดกับ หมอ พยาบาล ครู หรือข้าราชการ และคงเป็นการไม่ดีแน่ ถ้าลูกมีอาชีพเป็นศิลปินไส้แห้ง เต้นกิน รำกิน

มาในยุคสมัยนี้ มีบุคคลจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จในชีวิต โดยมิได้เก่งทางด้านวิชาการ แต่มีความชำนาญ หรือความสามารถพิเศษด้านอื่น ๆ เช่น เป็นนักกีฬา เป็นดาราแสดง นักร้อง ซึ่งขึ้นอยู่กับความถนัด ความชอบและความสามารถของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกันไปคนละด้าน ศิลปะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ ศิลปะช่วยให้เด็กใช้จินตนาการอย่างอิสระ เป็นคนกล้าคิด กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ สามารถแสดงออกถึงสิ่งที่ตัวเองคิด รู้สึก ฝึกความประณีต สมาธิ ความตั้งใจ จดจ่อ ความพยายามแน่วแน่ มั่นคง ตามวุฒิภาวะ

การเรียนศิลปะในปัจจุบัน มิได้หวังผลเลิศ เพื่อให้เด็กเป็นศิลปินในอนาคต แต่จะฝึกให้เด็กได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ค้นคว้าหาข้อมูลเอง ได้จินตนาการอย่างกว้างขวาง สนใจความรู้รอบด้านที่หลากหลาย กิจกรรม การเรียน การสอนศิลปะเด็กในปัจจุบันได้พัฒนาไปหลากหลายรูปแบบ ยึดธรรมชาติของผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เนื้อหา รูปแบบ รวมทั้งเทคนิคและวิธีการสอนที่ทันสมัย ทำให้เด็กเรียนสนุก ผ่อนคลาย ไม่เครียด เกิดแรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจในทางสร้างสรรค์ ทำให้เด็กรักการทำงาน ภาคภูมิใจในตนเอง มีสุนทรียภาพ ละเอียดอ่อน รู้คุณค่าธรรมชาติ ศิลปวัตถุ หรือรูปแบบความคิดต่าง ๆ ทำให้มีชีวิตและจิตใจที่งดงาม รู้จักการทำงานร่วมกัน ปรับตัวปรับความคิด ยอมรับซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดพัฒนาการแบบองค์รวม อีกทั้งศิลปะยังเป็นสะพานเชื่อมโยงความคิด และสามารถสอดแทรกบูรณาการเข้าไปในแทบทุกสาขาวิชาเรียน

ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง จึงมิควรมองข้ามความสำคัญของศิลปะ ควรสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้ ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน หากเด็กได้รับการปลูกฝังให้สัมผัสกับประสบการณ์ทางด้านศิลปะตั้งแต่วัยเยาว์ จะทำให้เด็กถูกกล่อมเกลาและหล่อหลอมทางด้านพฤติกรรม สร้างลักษณะนิสัยที่ดีงาม และเติบโตขึ้นเป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายในชิวิต และเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต 

กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็ก เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กได้เป็นอย่างดี สมองของมนุษย์จะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา ในวัยเด็กสมองซีกขวาทำหน้าที่เกี่ยวกับความคิดในเชิงสร้างสรรค์ และจินตนาการจะทำงานได้ดีและพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้เด็กเป็นวัยที่ชอบเพ้อฝัน สร้างจินตนาการ และมีความสุขกับจินตนาการที่ตัวเองสร้างขึ้น ในบางครั้งผู้ใหญ่ไม่เข้าใจพัฒนาการของเด็ก จึงปล่อยให้เด็กเจริญเติบโตไปตามธรรมชาติแล้วละเลยที่จะจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กพัฒนาสมองซีกขวาอย่างเต็มศักยภาพ หรือหันไปเน้นการพัฒนาสมองซีกซ้าย ทั้งๆที่เด็กยังไม่พร้อม โดยการให้อ่าน-เขียน คิดเลข และท่องศัพท์ต่างๆ เป็นต้น 

จุดมุ่งหมายของการจัดศิลปะสำหรับเด็ก เพื่อฝึกทักษะและถ่ายทอดจินตนาการ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยกิจกรรมที่จัดให้เด็กทำในแต่ละวันนั้นจะต้องพัฒนาให้เด็กมีความคิดริเริ่มและความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งจินตนาการโดยใช้กิจกรรมศิลปะเป็นสื่อ

วัตถุประสงค์ 

  1. เพื่อให้น้องๆที่เข้าร่วมกิจกรรมได้สร้างสรรค์กิจกรรมทางศิลปะในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การการวาด การระบายสี การปั้น
  2. เน้นพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เรียนรู้เทคนิค และวิธีการแปลกใหม่ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ในหัวข้อต่างๆ อย่างสนุกสนาน และมีความสุข
  3. ทำให้มีสมาธิดี มองโลกในแง่ดี มีความเชื่อมั่น และเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง เรียนรู้การปรับตัวในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
  4. เพื่อให้น้องๆที่เข้าร่วมกิจกรรมใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ในช่วงปิดภาคเรียน และเป็นการฝึกทักษะทางด้านงานศิลปะอีกด้วย

กลุ่มเป้าหมาย เด็กๆในช่วงอายุ 5-12 ขวบ

วิธีการฝึกอบรม

แนวการสอน แยกเรียนตามระดับอายุ กลุ่มละ 15 คน / คุณครู 1 ท่าน ประเมินผลเป็นรายบุคคลตามอายุและความสามารถเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน ไม่นำมาเปรียบเทียบกัน กิจกรรมการเรียนการสอน เด็กๆ จะได้เรียน การวาด ในหัวข้อต่างๆ การระบายสี สีชอล์ค สีน้ำ สีโปสเตอร์ สีไม้ สีเมจิก การปั้น ปั้นนูนต่ำ ลอยตัว ปั้นเทคนิคผสม การพิมพ์ภาพ จากวัสดุต่างๆ การประดิษฐ์สร้างสรรค์ และ กิจกรรมเทคนิคพิเศษ อื่นๆ อีกมากมาย โดยเด็กๆ จะได้เรียนแต่ละหัวข้อสลับกันไป

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะเกิดแนวคิดสร้างสรรค์และจินตนาการจากการทำกิจกรรมศิลปะ
  2. ทำให้เด็กได้แสดงออกถึงสิ่งที่ตนคิดและรู้สึกโดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังไม่สื่อสารทางตัวอักษรได้ดี
  3. ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จะเกิดสมาธิและพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จากการทำกิจกรรมศิลปะ
  4. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดความเพลิดเพลินและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในช่วงปิดภาคเรียน 
  5.  ทำให้เด็กได้ฝึกการใช้จินตนาการอย่างอิสระซึ่งจะมีผลให้เด็กเป็นคนกล้าคิด กล้าริเริ่มในสิ่งใหม่ ๆ 
  6. ทำให้เด็กเป็นคนมีสุนทรียภาพ มีความละเอียดอ่อนในจิตใจ ทำให้รู้คุณค่าในธรรมชาติ ศิลปะ วัตถุ หรือรูปแบบของความคิดต่าง ๆ ทำให้มีชีวิตและจิตใจที่งดงาม
  7. ฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกัน รู้จักปรับตัวและปรับความคิดให้สอดคล้อง ยอมรับซึ่งกันและกันเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี และเป็นประชาธิปไตยในสังคม

วันฝึกอบรม ช่วงเดือนเมษายน ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น.( จำนวน 30 ชั่วโมง) ณ ศูนย์วิทยสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ถ.กาญจนวิถี ต. บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

ค่าลงทะเบียน ท่านละ 1,500 บาท (ราคานี้รวมอาหารว่างและเครื่องดื่ม)

การชำระค่าลงทะเบียน
สามารถชำระค่าลงทะเบียนได้ที่ ศูนย์วิทยสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ถ.กาญจนวิถี ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ. สุราษฎร์ธานี วันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. และชำระผ่านธนาคารทหารไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ชื่อบัญชีออมทรัพย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เลขที่บัญชี 518-2-00010-8

 วิทยากร

 

  • อาจารย์ฐานัส คณะนา
  • อาจารย์โชคชัย พรหมเมือง